जनगणना में क्या लिखें बुद्धिस्ट, अनु.जाती या हिंदू Buddhist Religion Cen...
สามแดนโลกธาตุ#หาที่จะหยั่งเท้าลงไม่ได้เลย#การบรรลุมรรคผล#จิตมันจะเปลี่ยนไปแบบไม่กลับ#จะมีกระบวนการ
การสำรวมใจ#คิดดี พูดดี ทําดี#ธรรมทั้งหลายมีใจเป็นหัวหน้ามีใจเป็นใหญสําเร็จได้ด้วยใจ##คาถาธรรมบทว่าด้วยเรื่องพระพุทธเจ้า#โดยธรรมชาติของจิตนี่ต้องเวียนอยู่ในภพ#ภพที่จิตเวียนอยู่ได้มี๓ภพเท่านั้นหนึ่งกามาวจรภพภพที่เวียนไปในกาม#คือหาอารมณ์เพลิดเพลินไปทางตาหูจมูกลิ้นกายเพลินไปเรื่อย#พวกเราจิตหมุนอยู่ติ้วๆทางตาหูจมูกลิ้นกายนึกออกไหมอันนี้แหละเรียกว่ากามภพ #เรียกให้เต็มยศนะเรียกกามาวจรภูมิ ใจก็ไปเวียนอย่างนี้ถ้าหลุดออกจากกามภพนะก็เข้าไปรูปภพหรือว่ารูปภูมิ
ก็คือเข้าไปสงบอยู่กับการรู้รูปเช่นรู้ลมหายใจแล้วจิตไม่เอาแล้วโลกข้างนอก
#อารมณ์ทางตาหูจมูกลิ้นกายไม่เห็นจะมีสาระอะไรจิตมารวมลงที่อารมณ์ภายในอันเดียว
อาจจะมารู้ลมหายใจอยู่อันเดียว รู้ร่างกายอยู่อันเดียว มาเพ่งรูปอยู่อันเดียว
เพ่งดวงกสิณ ดวงนิมิตอยู่อันเดียว จิตเพ่งรูปอยู่เรียกว่ารูปภูมิ
ถ้าจิตไม่อยู่ในกามภูมิ ไม่อยู่ในรูปภูมิ จิตก็ต้องเข้า อรูปภูมิ
ทิ้งรูปไปแล้วไปอยู่กับนามธรรม เช่นไปอยู่กับความว่าง จิตอยู่ในความว่าง อยู่กับความไม่มีอะไรเลย
เพราะงั้นที่เค้าสอนภาวนา บางคนสอนภาวนาให้ไปอยู่ในความว่าง อันนั้นเพี้ยนนะ ไม่ใช่ทางของพระพุทธเจ้า มันก็เป็นอรูปภูมิ เป็นภูมิอีกภูมิหนึ่ง เป็นภพอีกภพหนึ่งเท่านั้นเอง
งั้นถ้าสติปัญญาเราพอนะ เรารู้เลยจิตมันแส่ส่ายออกทางตาหูจมูกลิ้นกายมีแต่ทุกข์
จิตไม่แส่ส่าย พอจิตไม่แส่ส่ายจิตก็หลุดออกจากกามภูมิ เข้ารูปภูมิหรืออรูปภูมิ เข้าเองเลย
เพราะงั้นพวกเราหัดเจริญสติไปเรื่อย พอศีลสมาธิปัญญา สติสมาธิปัญญาแก่รอบนะ
จิตจะหมดความหลงไหลรูปเสียงกลิ่นรสโผฏฐัพพะทั้งหลายมาดึงดูดจิตไหลไปไม่ได้แล้ว
อย่างน้อยก็ชั่วขณะ ชั่วขณะเท่านั้นแหละ
ถ้าจิตมันตั้งมั่นรู้ไหลออกไปแล้วทุกข์ ก็ตั้งเด่นดวงอยู่ จิตก็เข้าฌานอัตโนมัติ
เพราะงั้นถึงเราจะเจริญสติเจริญปัญญาโดยเข้าฌานไม่เป็น
ถึงนาทีสุดท้ายที่จะเกิดอริยมรรคอริยผลในทุกขั้นตอน
ตั้งแต่โสดาปัตติมรรคจนถึงอรหัตมรรคเนี่ย จิตจะเข้าฌานของเค้าเอง
ยกเว้นคนซึ่งเดินปัญญาอยู่ในฌาน เวลาที่จะเกิดอริยมรรคไม่ต้องถอยออกมาอยู่ในโลกก่อนนะ
ไม่ต้องกลับมาอยู่กามภูมิก่อนนะ จิตเค้าจะตัดอยู่ข้างในได้เลย นี่เป็นพวกหนึ่ง
แต่รวมความก็คืออริยมรรคไม่เกิดอยู่ในจิตที่อยู่ในกามอย่างพวกเรา
อริยมรรคจะต้องเกิดอยู่ในรูปภูมิหรืออรูปภูมินะ จะเกิดอยู่ตรงนั้น ไปล้างกันตรงนั้น
#การเกิดครั้งสุดท้าย#กายนี้เป็นตัวทุกข์ล้วนๆ#จิตนี้เป็นตัวทุกข์ล้วนๆ#คือมันจะสลัดคืนกายคืนใจให้โลกไป#ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
#พญานกกุณาละในครั้งนั้นเป็นเรา #พญานกดุเหว่าขาวเป็นพระอุทายี #พญาแร้งเป็นพระอานนท์ #นารทฤาษีเป็นพระสารีบุตร #บริษัททั้งหลายเป็นพุทธบริษัท #เธอทั้งหลายจงทรงจำกุณาลชาดกไว้อย่างนี้แล #ปุถุชนเหล่าใดมีจิตกำหนัดเข้าไปส้องเสพหญิงเหล่านั้น#ปุถุชนเหล่านั้นย่อมยังสงสารอันน่ากลัวให้เจริญ#ย่อมก่อภพใหม่ขึ้นอีก#เราเห็นโทษในกามทั้งหลาย #เราสลัดตนจากกามทั้งปวง#เราได้บรรลุความสิ้นอาสวะแล้ว ลกุตระ หมายถึงภาวะที่หลุดพ้นแล้วจากโลกิยะ ไม่เกี่ยวข้องกับกาม ตัณหา ทิฏฐิ อวิชชาอีกต่อไป ได้แก่ธรรม 9 ประการซึ่งเรียกว่า นวโลกุตรธรรม หรือ โลกุตรธรรม 9
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น